อยากขยายร้านออนไลน์ Page365 Store หรือ Lazada ศึกนี้ใคร Win?

365Town - Lazada vs Page365 Store.1.png

Lazada ก็ดี Page365 Store ก็ใช่ เลือกแบบไหนดี? ถ้าคุณกำลังเลือกเว็บเพื่อขยายร้านเอาสินค้าคุณไปขาย อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนกันว่า Page365 Store และ Lazada นั้นมีระบบการขายสินค้าอย่างไร?

Page365 Store

Page365 Store

Page365 คือระบบช่วยจัดการหลังร้านค้าออนไลน์ ที่เปิดร้านบน Facebook Line IG ช่วยให้การบริหารร้านง่ายขึ้น หนึ่งในฟีเจอร์เด่น คือ Page365 Store ที่ดึงสินค้าใน Page Facebook มาวางขายในรูปแบบเว็บไซต์ส่วนตัวของร้าน ให้ลูกค้ากดสั่งซื้อได้เลย

Screen Shot 2560-10-10 at 15.31.02.png

LAZADA

คือเว็บไซต์สำหรับขายของที่เป็นเว็บกลาง พาผู้ซื้อ - ผู้ขายมาเจอกัน การนำสินค้าวางขายบน Lazada ต้องติดต่อผ่านบริษัทและปฏิบัติตามเงื่อนไขของทาง Lazada 

ใครเริ่มต้นขายได้ไวกว่า?

  • Page365 Store : สามารถเชื่อมต่อร้านค้าที่คุณเปิดขายอยู่แล้วได้เลย สินค้าที่คุณโพสขายบน Facebook Page จะถูกดึงมาวางแสดงบนเว็บไซต์ Page365 Store อัตโนมัติ ไม่ต้องเขียนเว็บเอง แค่ตั้งค่าว่าจะโชว์สินค้าตัวไหนขึ้นเว็บ Page365 Store ของร้านคุณก็พร้อมขายทันที 
  • Lazada : ต้องสมัครและส่งเรื่องเข้า Lazada เพื่อขอนำสินค้าวางขายในระบบของ Lazada เพื่อต้องจัดการสินค้าผ่านระบบที่ Lazada จัดทำขึ้นเท่านั้น จะไม่สามารถสร้างร้านขึ้นมาเอง และร้านที่มีสิทธิ์ขายต้องผ่านเงื่อนไขของทาง Lazada เท่านั้น

ใครทำการตลาดได้เจ๋งกว่า?

  • Page365 Store : เจ้าของร้านต้องทำการตลาดเองด้วยการต่อยอดจากการทำการตลาดบนหน้าเพจ ข้อดีคือ เว็บเป็นของคุณ สินค้าทั้งหมดในหน้าเว็บคือสินค้าคุณไม่ปะปนกับคู่เก่ง ไม่มีปัญหาเรื่องการเปรียบเทียบราคา ถ้าใครลงโฆษณาบน Facebook อยู่แล้วก็ยิ่งได้เปรียบ สามารถทำ SEO หรือวัดผลการโฆษณาเชิงลึกได้อย่างสบาย
  • Lazada : เป็นผู้ทำการตลาดให้ สะดวกสำหรับคนที่เพิ่งหันขาย Offline มา Online กว่า เพราะไม่ต้องปวดหัวเรื่องการหาลูกค้าเลย Lazada จัดการให้ แต่ทำใจกันนิดเพราะสินค้าคุณจะแสดงพร้อมกับของคู่แข่ง ให้เปรียบเทียบราคาได้ง่าย

เงินใครเข้าไวกว่ากัน?

  • Page365 Store : เป็นร่างเงาของเพจที่คุณใช้อยู่แล้ว ฉะนั้นการซื้อ-ขาย โอนเงินเข้าบัญชีคุณโดยตรง เว้นแต่คุณจะเปิดให้ลูกค้าจ่ายค่าสินค้าด้วยบัตรเครดิต กับ Page365
  • Lazada : เงินที่ลูกค้าจ่ายค่าสินค้าทุกออเดอร์จะเข้าระบบ Lazada ก่อน เพื่อรอสินค้าจัดส่งให้เรียบร้อยและคำนวน Commission ก่อนโอนเข้าสู่บัญชีคุณ

ใครตอบลูกค้าและรับออเดอร์ใครง่ายกว่า?

  • Page365 Store : ลูกค้าติดต่อร้านค้าจากปุ่มบนเว็บไซต์ที่ลิ้งค์มา Inbox Facebook Page ของร้าน คุณสามารถดูแลลูกค้าได้ทันที รวมถึงมีระบบช่วยตอบอัตโนมัต ช่วยรับลูกค้าในด่านแรก และมีบิลออนไลน์ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับออเดอร์
  • Lazada : ลูกค้าติดต่อร้านค้าในรูปแบบคอมเม้นต์ในหน้ารายละเอียดสินค้า เราจะได้รับข้อความช้านิดหน่อยเพราะไม่ Real Time บางทีไม่ทันใจลูกค้า ส่วนการรับออเดอร์ไม่ต้องคอยจัดการบิลหรือปิดการขายเอง เมื่อลูกค้าตัดสินใจและกดสั่งซื้อ เราแค่รับออเดอร์และจัดส่งสินค้าให้เร็วที่สุด
ควรเลือกเว็บไซต์ขายของให้เหมาะกับสินค้าและเหมาะกับตัวเรา

การเลือกเว็บไซต์ในการขายสินค้าเปรียบเสมือนการหาทำเลหน้าร้านนั่นแหล่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าเราจะ เอาอะไรมาขายที่ไหนก็ได้เสมอไปนะคะ ความเหมาะสมของตัวเรากับสถานที่ขาย และความเหมาะสมของสินค้าเรากับสถานที่ขาย เป็นเรื่องที่เราต้องคิดให้ดี ว่าแล้วตามไปเจาะ ข้อดี - ข้อจำกัด ของทั้ง 2 เว็บนี้ก่อนตัดสินใจเลือกหน้าร้านแห่งใหม่กันดีกว่าค่ะ 

Page365

ข้อดี เมื่อขายบน Page365 Store

  • เหมาะสำหรับผู้ที่ขายบน Facebook Page , Line และ IG อยู่แล้วและต้องการขยายหน้าร้านเพิ่ม โดยยังสามารถรับออเดอร์ในที่เดียว ที่เดิม ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร
  • ไม่ว่าร้านคุณจะเล็กแค่ไหน ก็ใช้งานได้ ไม่ต้องไปจ้างคนมาเขียนเว็บให้เปลืองเงิน 
  • มีช่องทางการรับชำระเงินหลากช่องทาง ทั้งการโอนเงิน จ่ายด้วย QRcode และการรับชำระด้วยบัตรเครดิต
  • ลูกค้าที่จ่ายค่าสินค้าด้วยการโอนเงินจะเข้าบัญชีคุณทันที 
  • สำหรับจ่ายด้วยบัตรเครดิตต้องรอให้ยอดขายถึงจำนวนนึงก่อนถึงจะถอนจากระบบ Page365 ได้ เพื่อไม่ให้คุณสิ้นเปลืองค่าธรรมเนียมการถอนที่ธนาคารเรียกเก็บเมื่อคุณถอนเงิน
  • การซื้อขายทำผ่านตัวกลางที่เรียกว่า "บิลออนไลน์" สะดวกและรวดเร็ว
  • สามารถนำไปทำการตลาดร่วมกับ Facebook Ads ได้ 

ข้อจำกัด เมื่อขายบน Page365 Store

  • ผู้ขายต้องทำการตลาดเอง หาลูกค้าเอง แต่จะง่ายมากหากคุณทำการตลาดร้านคุณบน Facebook อยู่แล้วก็ไม่ต้องมีอะไรที่ต้องเรียนรู้เพิ่ม ทำการตลาดที่ Facebook ที่เดิม แบบเดิมที่คุณทำอยู่แหล่ะค่ะ
  • ฟีเจอร์มีหลากหลาย ทั้งฟีเจอร์ที่ช่วยจัดการหลังร้านและ Page365 Store ผู้ขายต้องใช้เวลาเรียนรู้สักหน่อย
  • หากร้านคุณเริ่มใหญ่ แพ็กเกจฟรี อาจไม่เพียงพอ คุณอาจต้องเขยิบไปใช้ในแพ็กเกจที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้ใช้งานฟีเจอร์ได้มากขึ้น แต่ถ้าไม่ซีเรียส แพ็กเกจฟรี ก็ยังเปิดให้คุณใช้งานได้ตลอดชีพ 

LAZADA

ข้อดี เมื่อขายบน Lazada

  • แบรนด์คุณจะเป็นที่รู้จัก สินค้าคุณจะมีคนเห็นเพิ่มมากเพราะ Lazada มีฐานคนซื้อนอนรอคุณหนาแน่นมาก
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องการตลาด เพราะ Lazada ทำการตลาดดึงคนซื้อได้ยอดเยี่ยม ทั้ง ลด แลก แจกส่วนลดกระจุย เรียกได้ว่า ไม่มีวินาทีไหนเลยที่เข้าเว็บหรือ App Lazada แล้วไม่เห็นโค้ดส่วนลด
  • มีช่องทางการรับชำระค่าสินค้าหลายทางมาก ทั้งโอนเงิน จ่ายด้วยบัตรเครดิต ยันเก็บเงินปลายทาง เรียกว่า โค-ตะ-ระ สะดวกสำหรับคนซื้อ แต่สำหรับคนขายแบบเรา ก็จะแอบน้อยใจเล็กๆ เพราะเงินที่ขายสินค้าได้จะถูกพักในระบบ Lazada ก่อน เพื่อหัก Commission ให้กับทางแพลตฟอร์ม ก่อนจะถูกโอนเข้าสู่บัญชีของเรา
  • การขายดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าเลยค่ะ ถ้าสินค้าแฟชั่น สินค้าฮิตๆ มาแรง เป็นกระเเส รุ่งโรจน์แน่ แต่ถ้าสินค้าที่คนไม่นิยม Search ไม่เวิร์คแน่บน Lazada
  • สินค้าเรามีโอกาส go inter ไปขายต่างประเทศบนเว็บไซต์ Lazada ในประเทศอื่นๆ

ข้อจำกัด เมื่อขายบน Lazada

  • เงินที่ขายได้ ไม่ได้เข้าบัญชีเราโดยตรง จะถูกพักไว้ในระบบของ Lazada เพื่อรอหักค่า Commission ก่อนจะโอนเข้าบัญชีผู้ขาย
  • Lazada ได้รายได้จาก Commission ของสินค้าที่เราไปวางขาย ฉะนั้นคำนวน ต้นทุน และ กำไรกันให้ดีนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะขาดทุนเอา
  • ต้องมีสต็อคสินค้าที่ชัวร์ แบบที่ว่า ลูกค้าสั่งแล้วไม่มีของให้ เสียค่าปรับนะจ๊ะ
  • มีเงื่อนไขหลายอย่างที่เอาใจผู้ซื้อแต่กลายเป็นภาระผู้ขายแบบเรา เช่น เมื่อลูกค้าสั่งของแล้วไม่เอา ขอ Cancel Order ผู้ขายต้องเสียค่าปรับ 50 บาท ฯลฯ
  • Credit Term เงินที่ได้จากการขายค่อนข้างนาน ต้องระวังเรื่อง Cash Flow ของร้านคุณให้ดีเลยค่ะ

สำหรับคนที่ทำการตลาดไม่เป็น อยากนั่งรอยอดขายอยู่บ้านเฉยๆ และยอมจ่ายค่า Commission แนะนำให้วางขายบน Lazada ส่วนคนที่ขายบน Facebook Page อยู่แล้ว ชอบการทำการตลาด เพราะได้ลูกค้าเป็นฐานของเราเอง ไม่ชอบวางขายสินค้าเรากับคู่แข่ง แนะนำที่ Page365 Store ค่ะ ลองพิจารณากันดูนะคะว่าตัวเราและสินค้าของเรานั้นเหมาะกับเว็บหรือแพลตฟอร์มแบบไหน เลือกหน้าร้านถูกเป็นประตูด่านหน้าของความสำเร็จนะคะ

Pimploen